มีคนขอให้คุณส่งเอกสาร “เป็นไฟล์ PDF” แต่สิ่งที่คุณมีคือรูปถ่าย — รูปฟอร์มที่เซ็นแล้ว รูปบิลค่าน้ำค่าไฟ รูปบัตรประกัน คุณไม่ต้องหาแอปเพิ่มหรอก iPhone ของคุณทำได้อยู่แล้วถึงสามวิธี แค่ Apple ดันเอาแต่ละวิธีไปซ่อนไว้คนละลิ้นชัก
เวอร์ชันเร็วสุด: เปิดรูปขึ้นมา แตะ แชร์ → พิมพ์ แล้วแตะปุ่มแชร์บนหน้าตัวอย่างก่อนพิมพ์ เท่านี้ PDF ก็อยู่ในมือคุณแล้ว รายละเอียดอยู่ด้านล่าง พร้อมวิธีผ่านแอปไฟล์และโน้ต และคำอธิบายสั้นๆ ว่าเมื่อไหร่ที่ PDF จำเป็นจริงๆ
วิธีที่ 1: ทริกพิมพ์จากแอปรูปภาพ (เร็วสุดสำหรับรูปที่มีอยู่แล้ว)
นี่คือสูตรคลาสสิก มันรู้สึกเหมือนกลเม็ดเพราะมันคือกลเม็ดจริงๆ — คุณกำลัง “พิมพ์” ลง PDF แทนที่จะเป็นเครื่องพิมพ์ — แต่ใช้ได้กับทุกรูป และเป็นทางที่เร็วที่สุดถ้ารูปนั้นอยู่ในคลังรูปของคุณอยู่แล้ว
- เปิดแอป รูปภาพ แล้วแตะรูปที่ต้องการ ถ้าอยากได้ PDF หลายหน้า ให้แตะ เลือก ก่อน แล้วเลือกหลายรูป — แต่ละรูปจะกลายเป็นหนึ่งหน้า เรียงตามลำดับที่คุณเลือก
- แตะปุ่ม แชร์ (รูปสี่เหลี่ยมที่มีลูกศร)
- เลื่อนลงแล้วแตะ พิมพ์
- ที่หน้าตัวอย่างก่อนพิมพ์ ไม่ต้องสนใจเครื่องพิมพ์เลย แตะปุ่ม แชร์ อีกครั้ง (ใน iOS รุ่นใหม่ๆ ปุ่มนี้จะอยู่บนหน้าตัวอย่างเลย ส่วนรุ่นเก่าๆ ให้กางสองนิ้วออกบนภาพย่อตัวอย่าง ปุ่มแชร์จะโผล่มาบน PDF แบบเต็มจอ)
- ตอนนี้คุณกำลังแชร์ PDF ของจริงแล้ว จะ บันทึกไปยังไฟล์ แนบเข้าเมล หรือ AirDrop ต่อ — แล้วแต่สถานการณ์ตอนนั้น
สิ่งเดียวที่วิธีนี้ทำไม่ได้คือการแต่งรูปให้สวยขึ้น ถ้ารูปถูกถ่ายมาเอียงๆ ใต้แสงไฟในครัว PDF ที่ได้ก็คือรูปเอียงๆ รูปเดิมนั่นแหละ แค่เปลี่ยนซอง สำหรับกระดาษที่คุณกำลังจะถ่ายตอนนี้ วิธีที่ 3 ให้ผลลัพธ์ดีกว่ามาก
วิธีที่ 2: แตะค้างแล้วสร้าง PDF ในแอปไฟล์ (เหมาะสุดสำหรับรูปที่อยู่ในไฟล์อยู่แล้ว)
ถ้ารูปนั้นอยู่ในแอปไฟล์ — อาจเป็นไฟล์ที่โหลดมา บันทึกจากอีเมล หรือย้ายออกมาจากรูปภาพ — ที่นี่มีคำสั่งสำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะ ไม่ต้องแกล้งพิมพ์ให้ยุ่งยาก
- เปิดแอป ไฟล์ แล้วหารูปที่ต้องการ
- แตะค้าง ที่รูปนั้น (แตะค้างไว้จนเมนูเด้งขึ้นมา)
- แตะ สร้าง PDF
PDF จะปรากฏในโฟลเดอร์เดียวกัน โดยใช้ชื่อตามรูปต้นฉบับ ถ้ามีหลายรูป: แตะปุ่ม ⋯ มุมขวาบน แตะ เลือก เลือกรูปที่ต้องการ แล้วแตะ ⋯ อีกครั้งที่มุมเดิม แล้วเลือก สร้าง PDF ได้ไฟล์เดียว รูปละหนึ่งหน้า
ทิปเล็กๆ สองข้อ ข้อแรก เปลี่ยนชื่อไฟล์ที่ได้ซะ — “IMG_4823.pdf” ไม่ได้บอกอะไรกับตัวคุณในอนาคตเลย แค่แตะค้าง → เปลี่ยนชื่อ ก็เสร็จในสามวินาที ข้อสอง ถ้ารูปอยู่ในคลังรูปแทนที่จะอยู่ในไฟล์ คุณจะบันทึกมันเข้าไฟล์ก่อนก็ได้ (แชร์ → บันทึกไปยังไฟล์) แต่พูดตามตรง ถึงจุดนั้นวิธีที่ 1 แตะน้อยกว่าเยอะ
วิธีที่ 3: เครื่องสแกนในแอปโน้ต (ดีสุดเมื่อเอกสารอยู่ตรงหน้า)
ถ้าคุณยังไม่ได้ถ่ายรูป ก็อย่าเพิ่งถ่าย สแกนเอาดีกว่า แอปโน้ตมีเครื่องสแกนเอกสารที่ใช้ได้ดีทีเดียว ครอบตัดอัตโนมัติ ปรับให้ตรง แก้แสงให้ และ — ส่วนที่สำคัญที่สุดตรงนี้ — ออกมาเป็น PDF โดยตรง
- เปิดแอป โน้ต แล้วสร้างโน้ตใหม่
- แตะไอคอน กล้อง แล้วแตะ สแกนเอกสาร
- ถือเครื่องให้อยู่เหนือแผ่นกระดาษ เครื่องจะจับขอบเองและถ่าย อัตโนมัติ ถ้าเอกสารมีหลายหน้าก็สแกนต่อไปเรื่อยๆ แล้วแตะ บันทึก
- แตะที่งานสแกนในโน้ต แล้วแตะปุ่ม แชร์ — มันจะออกไปเป็น PDF
ความต่างของผลลัพธ์นั้นเห็นได้ชัด งานสแกนดูเหมือนเอกสาร ส่วนรูปถ่ายดูเหมือน “รูปถ่ายของเอกสาร” พร้อมเงานิ้วโป้งของคุณเป็นโบนัส ถ้าคุณรู้ตัวว่าต้องทำแบบนี้บ่อยๆ ลองดูคู่มือฉบับเต็มเรื่องการสแกนเอกสารบน iPhone ที่ลงรายละเอียดไว้ครบ และถ้ากำลังชั่งใจเรื่องแอปสแกนโดยเฉพาะสำหรับงานหนักๆ ดูได้ว่า Paperlock เทียบกับ Genius Scan ยังไง
เมื่อไหร่ที่ต้องใช้ PDF จริงๆ (และเมื่อไหร่ที่ไม่ต้อง)
รู้ไว้จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายแบบนี้โดยไม่จำเป็น:
| สถานการณ์ | รูปภาพหรือ PDF? |
|---|---|
| เว็บราชการ ยื่นวีซ่า เอกสารทางการ | PDF — ฟอร์มอัปโหลดหลายที่ไม่รับอย่างอื่นเลย |
| เอกสารที่มีหลายหน้า | PDF — ทุกหน้าอยู่ด้วยกัน เรียงลำดับถูกต้อง |
| อีเมลถึงเจ้าของห้องเช่า ฝ่ายบุคคล นักบัญชี | PDF — พิมพ์ออกมาสวย ดูเป็นมืออาชีพ |
| ส่งใบเสร็จให้เพื่อนทางแชต | รูปก็พอ |
| เก็บไว้ดูเองเร็วๆ | รูปก็พอ |
สังเกตรูปแบบจะเห็นว่า PDF ชนะทุกครั้งที่มีระบบหรือเครื่องพิมพ์ของคนอื่นเข้ามาเกี่ยว หรือทุกครั้งที่ลำดับหน้ามีความหมาย และถ้าสิ่งที่คุณกำลังส่งมีข้อมูลส่วนตัว — บัตรประชาชน สัญญาเช่า เอกสารทางการแพทย์ — วิธีที่คุณส่งมันก็สำคัญไม่แพ้รูปแบบไฟล์ ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย: การส่งเอกสารอย่างปลอดภัยจาก iPhone ของคุณ
เวอร์ชันที่คุณไม่ต้องมาแปลงไฟล์อีกเลย
ลองสังเกตสิ่งที่ทั้งสามวิธีมีเหมือนกัน: คุณต้องทำตอนที่มีคนมาขอพอดี ทีละฉบับ แล้ว PDF นั้นก็ไปร่วมกลุ่มกับกองไฟล์ที่ชื่อ “IMG_4823” ที่คุณจะไม่มีวันหาเจออีก
Paperlock เข้าหาปัญหานี้จากปลายอีกด้าน คุณบันทึกเอกสารแค่ครั้งเดียว — สแกนเข้าไป นำรูปเข้าไป หรือให้มันหาเอกสารที่ซ่อนอยู่ในคลังรูปของคุณอยู่แล้ว — แล้วมันจะอ่านว่าเอกสารนั้นบอกอะไรไว้ จัดเก็บใต้ชื่อที่อ่านรู้เรื่อง หลัง Face ID จากนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่ใครขอ PDF เอกสารทุกฉบับในตู้นิรภัยของคุณส่งออกเป็น PDF ได้ทันที ไม่ต้องแกล้งพิมพ์ ไม่ต้องคุ้ยในแอปไฟล์ ไม่ต้องแปลงบัตรประกันใบเดิมซ้ำทุกครั้งที่ถึงรอบต่ออายุ นี่แหละแก่นของวิธีที่มันทำงาน — และมันกำลังจะมาบน iPhone เร็วๆ นี้
จนกว่าจะถึงวันนั้น ทริกพิมพ์นี่แหละตัวช่วยคุณ แชร์ → พิมพ์ → แชร์ตัวอย่าง แล้วบอกเพื่อนต่อด้วย เพราะทริกนี้ทุกคนล้วนรู้มาจากใครสักคน