50 ทวิ คือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ผู้จ่ายเงินที่หักภาษีไปต้องออกให้คุณ 2 ฉบับ ข้อความตรงกัน ถ้าเป็นเงินเดือนหรือค่าจ้าง ต้องออกให้ภายใน 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดจากปีภาษี หรือภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่คุณออกจากงานกลางปี ส่วนเงินได้ประเภทอื่น ต้องออกให้ทันทีทุกครั้งที่หักภาษี

ใบนี้คือหลักฐานว่าภาษีส่วนหนึ่งของคุณถูกจ่ายให้สรรพากรไปแล้ว ตอนยื่น ภ.ง.ด.90 หรือ 91 คุณเอาตัวเลขจากใบนี้ไปกรอก ภาษีที่ถูกหักแล้วจะนำไปหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายทั้งปี หน้านี้อธิบายตัวใบเอง ส่วนรายการเอกสารสำหรับการยื่นภาษีทั้งชุดอยู่ที่ ยื่นภาษี ภ.ง.ด.90/91 ใช้เอกสารอะไรบ้าง

50 ทวิ ในสามตัวเลข
  • 2 ฉบับผู้จ่ายเงินต้องออกให้ผู้ถูกหักภาษี ข้อความตรงกัน
  • 15 ก.พ.เส้นตายออกใบสำหรับเงินเดือน ค่าจ้าง ของปีก่อนหน้า
  • 1 เดือนนับจากวันออกจากงานกลางปี

ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569 · ที่มา: กรมสรรพากร คำแนะนำในการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

ใครออกให้ และออกเมื่อไร

กรมสรรพากรแยกกำหนดเวลาตามประเภทเงินได้

เงินได้ที่จ่าย ต้องออก 50 ทวิ ภายใน
เงินเดือน ค่าจ้าง ค่านายหน้า บำเหน็จ บำนาญ (มาตรา 40 (1) และ (2)) 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดจากปีภาษี ถ้าทำงานจนสิ้นปี หรือภายใน 1 เดือนนับแต่วันออกจากงานกลางปี
เงินได้อื่น (มาตรา 40 (3) ถึง (8)) เช่น ค่าลิขสิทธิ์ ดอกเบี้ย ค่าเช่า ค่าบริการ ทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี

ตัวอย่างที่ชัดเจน คือคนที่ทำงานประจำตลอดปีภาษี 2569 ควรได้ใบภายใน 15 กุมภาพันธ์ 2570 ตามที่เขียนไว้ในคำแนะนำของกรมสรรพากร ส่วนคนที่ลาออกกลางปี ใบต้องมาภายในหนึ่งเดือนหลังวันสุดท้ายของงาน อย่าปล่อยให้ผ่านไปจนถึงเดือนมีนาคมแล้วค่อยตาม เพราะช่วงยื่นภาษีคือมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป (ดู ยื่นภาษีวันสุดท้าย)

ถ้าผู้จ่ายเงินเป็นส่วนราชการที่จดแจ้งการหักภาษีไว้ในฎีกาเบิกเงิน และออกใบรับรองตามระเบียบของทางราชการแล้ว กรมสรรพากรยกเว้นไม่ต้องออก 50 ทวิ เพิ่มอีกใบ ถ้าคุณทำงานราชการ ใบรับรองตามระเบียบนั้นคือเอกสารที่คุณใช้

ได้กี่ฉบับ และใบแทน

ผู้จ่ายเงินต้องออกให้ผู้ถูกหักภาษี 2 ฉบับ แต่ละฉบับมีข้อความด้านบนต่างกัน

  • ฉบับที่ 1 เขียนว่า “สำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ใช้แนบพร้อมกับแบบแสดงรายการ”
  • ฉบับที่ 2 เขียนว่า “สำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐาน”

นอกจากสองฉบับนี้ ผู้จ่ายเงินต้องทำ สำเนาคู่ฉบับ เป็นฉบับที่ 3 เก็บไว้ ถ้าใบที่ให้คุณไปชำรุดหรือสูญหาย ผู้จ่ายเงินออก ใบแทน ได้โดยถ่ายสำเนาจากฉบับคู่ฉบับ เขียนคำว่า “ใบแทน” ไว้ด้านบน และลงลายมือชื่อรับรอง กรมสรรพากรไม่ได้กำหนดเส้นตายให้ผู้จ่ายออกใบแทน ดังนั้นถ้าหาย ให้ขอทันทีที่รู้

ใบนี้ทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ ตัวเลขใช้เลขไทยหรือเลขอารบิกก็ได้ และการลงชื่อผู้จ่ายเงินจะประทับตรายางหรือพิมพ์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เก็บลายมือชื่อไว้ก็ได้ ใบที่ไม่มีลายเซ็นสดจึงไม่ได้แปลว่าปลอม

อ่านใบ 50 ทวิ ให้ออก

ตรวจอะไรบนใบ 50 ทวิ ก่อนเก็บ

ที่มา: กรมสรรพากร คำแนะนำในการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย · ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569

ใบ 50 ทวิ ที่ถูกต้องมีส่วนหลักสามส่วน ผู้จ่ายเงินที่หักภาษี ผู้ถูกหักภาษี และรายการเงินที่จ่าย

ส่วนบนบอกเลขประจำตัวและชื่อของทั้งสองฝ่าย พร้อมช่องให้ทำเครื่องหมายว่าผู้จ่ายนำส่งภาษีด้วยแบบ ภ.ง.ด. ฉบับไหน ส่วนรายการจะแยกตามประเภทเงินได้ เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าลิขสิทธิ์ ดอกเบี้ย เงินปันผล และเงินได้อื่นตามคำสั่งกรมสรรพากร โดยกรอกวันที่หรือปีที่จ่าย จำนวนเงินที่จ่าย และภาษีที่หักและนำส่ง ตรงกับประเภทนั้น

ถ้านายจ้างหักเงินเดือนเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม หรือกองทุนอื่นที่กรมสรรพากรระบุ จะใส่ยอดที่หักเข้ากองทุนแต่ละปีภาษีไว้ในใบด้วยก็ได้ ซึ่งไม่ได้บังคับ จึงไม่ต้องตกใจถ้าใบของคุณไม่มีบรรทัดนี้

ถ้าคุณมีผู้จ่ายหลายราย ได้ใบหลายใบ เช่นนายจ้างหลายแห่ง งานฟรีแลนซ์ หรือดอกเบี้ยจากธนาคาร ทุกใบต้องนำไปกรอกในแบบเดียวกันตอนยื่นภาษี

ยื่นภาษีออนไลน์ต้องแนบไหม และเก็บกี่ปี

เก็บ 50 ทวิ ไว้นานแค่ไหน
  • สรรพากรออกหมายเรียกตรวจได้ภายในนับจากวันที่ยื่นแบบ (มาตรา 19)2 ปี
  • ถ้าอธิบดีอนุมัติขยายเวลาเมื่อสงสัยว่าเลี่ยงภาษี (มาตรา 19)สูงสุด 5 ปี
  • คำแนะนำของกรมสรรพากร: เก็บหลักฐานที่ใช้ลดหย่อนจากคำถามคำตอบการยื่นแบบออนไลน์ ปีภาษี 2553ไม่น้อยกว่า 5 ปี

กฎหมายไม่ได้ระบุระยะเก็บ 50 ทวิ ของผู้ถูกหักภาษีไว้ตรง ๆ ตัวเลขเหล่านี้คือกรอบเวลาที่เกี่ยวข้อง ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569

การยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ทางอินเทอร์เน็ต กรมสรรพากรบอกว่าไม่ต้องส่งเอกสาร ให้เก็บไว้ที่ผู้เสียภาษี แต่ระบบให้กรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้จ่ายเงินได้ตามใบ 50 ทวิ จึงต้องมีใบอยู่ในมือก่อนกรอก

เรื่องเก็บกี่ปี ตัวบทไม่ได้เขียนระยะเก็บ 50 ทวิ ของผู้ถูกหักภาษีไว้ตรง ๆ สิ่งที่มีให้ยึดคือสองข้อ ข้อแรก ประมวลรัษฎากร มาตรา 19 ให้เจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกตรวจแบบที่ยื่นภายใน 2 ปีนับแต่วันยื่น และอธิบดีอนุมัติขยายได้ไม่เกิน 5 ปีเมื่อมีเหตุสงสัยว่าเลี่ยงภาษี ข้อสอง คำถามคำตอบของกรมสรรพากรสำหรับปีภาษี 2553 แนะนำให้เก็บหลักฐานที่ใช้ลดหย่อนไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี เนื่องจากตัวเลขหลังนี้มาจากหน้าเก่า การเก็บไว้ 5 ปีนับจากปีที่ยื่นจึงเป็นแนวปลอดภัย แต่ไม่ใช่ข้อกำหนดที่กฎหมายเขียนไว้ตรง ๆ รายการเอกสารอื่นที่ควรเก็บอยู่ที่ ลดหย่อนภาษี รายการและเอกสารที่ต้องเก็บ

เก็บ 50 ทวิ ให้หาเจอตอนยื่นภาษี

แบบทำเอง พอได้ใบ ถ่ายรูปทุกใบทันที ตั้งชื่อไฟล์ด้วยปีภาษีกับชื่อผู้จ่ายเงิน และใส่นัดในปฏิทินวันที่ 20 กุมภาพันธ์ของทุกปีเพื่อเช็กว่าใบครบหรือยัง ใครที่ยังไม่ได้ใบจากผู้จ่ายเงินรายไหน ให้ทวงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ ถ้าติดขัดจริง สายด่วนสรรพากร 1161 ให้คำแนะนำได้

Paperlock เอาขั้นตอนถ่ายรูปและตั้งชื่อออกไปจากงาน คุณถ่ายรูปใบ 50 ทวิ แอปจะอ่านว่าเป็นเอกสารอะไร ใครเป็นผู้จ่าย ปีไหน และยอดเท่าไร เก็บเข้าห้องนิรภัยที่ล็อกด้วย Face ID ถึงเวลายื่นภาษีก็พิมพ์ถามว่า “ปีที่แล้วถูกหักภาษีจากบริษัท ก. เท่าไร” แล้วแอปแสดงคำตอบพร้อมเอกสารต้นทาง

ข้อมูลในหน้านี้ ณ ตุลาคม 2569 ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษี กรณีเฉพาะตัวของคุณให้ถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือดูเพิ่มที่ เอกสารที่ควรเก็บและเก็บนานแค่ไหน