เอกสารหลักของการยื่นภาษี คือ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่คนเรียกกันว่า 50 ทวิ จากนายจ้างและทุกคนที่จ่ายเงินให้คุณ ส่วนที่เหลือคือ หลักฐานของค่าลดหย่อนแต่ละรายการ ที่คุณจะใช้ เช่น เบี้ยประกันชีวิต ดอกเบี้ยบ้าน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินบริจาค หรือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ตอนยื่นทาง e-Filing คุณแค่กรอกตัวเลขจากเอกสารเหล่านี้ แต่ต้องเก็บตัวจริงหรือไฟล์ไว้ เพราะสรรพากรเรียกตรวจได้ภายใน 2 ปีหลังยื่น และขยายได้ สูงสุด 5 ปี
เช็กลิสต์ข้างล่างใช้ติ๊กได้จริง จะได้รู้ว่ายังขาดใบไหน ก่อนเปิดหน้าเว็บกรมสรรพากร
ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569 · ที่มา: คู่มือวิธีกรอกแบบ ภ.ง.ด.90 ปีภาษี 2568 และประมวลรัษฎากร มาตรา 50 ทวิ
ภ.ง.ด.90 หรือ 91 ดูจากเงินได้ของคุณก่อน
แบบที่ต้องใช้กำหนดว่าเอกสารชุดไหนต้องเตรียม
- ภ.ง.ด.91 สำหรับคนมีเงินได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40 (1) ประเภทเดียว พูดง่าย ๆ คือเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส
- ภ.ง.ด.90 สำหรับคนมีเงินได้ประเภทอื่น หรือหลายประเภทรวมกัน เช่น ฟรีแลนซ์ ค่าเช่า ขายของ ดอกเบี้ย
ถ้ามีทั้งเงินเดือนและรายได้อื่น กรมสรรพากรบอกชัดว่าให้รวมทั้งหมดไว้ใน ภ.ง.ด.90 ฉบับเดียว ไม่ต้องแยกเงินเดือนไปยื่น ภ.ง.ด.91 อีก ใครยังไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องยื่นหรือเปล่า และยื่นได้ถึงวันไหน ดูได้ที่ ยื่นภาษีวันสุดท้ายคือวันไหน
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 50 ทวิ บังคับให้ผู้ที่หักภาษีของคุณไว้ ออกหนังสือรับรองให้ สองฉบับมีข้อความตรงกัน สำหรับเงินเดือน ต้องออกภายใน 15 กุมภาพันธ์ ของปีถัดไป หรือภายในหนึ่งเดือนหลังวันที่คุณออกจากงาน ส่วนเงินได้แบบอื่นที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย เช่น ค่าจ้างทำของ ต้องออกให้ทันทีทุกครั้งที่หัก
ในหนังสือรับรองมีสองตัวเลขที่คุณต้องใช้ คือเงินได้ทั้งปี กับภาษีที่ถูกหักไปแล้ว ถ้าเปลี่ยนงานกลางปี คุณจะมี 50 ทวิ จากทั้งสองที่ และต้องกรอกรวมกัน ส่วนฟรีแลนซ์ที่รับงานจากหลายบริษัท มักมีกองใบเล็ก ๆ หลายใบ ใบที่หายไปหนึ่งใบ คือภาษีที่ถูกหักไปแล้วแต่คุณไม่ได้นำมานับ
แหล่งข้อมูลของกรมสรรพากรที่อ้างถึงในหน้านี้ไม่ได้กำหนดว่าต้องอัปโหลด 50 ทวิ ตอนยื่นออนไลน์ ขั้นตอน e-Filing บอกเพียงให้ป้อนรายการเงินได้ ค่าลดหย่อน และภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่ถ้ายื่นคำร้องขอคืนภาษีภายหลัง หนังสือรับรองนี้อยู่ในรายการหลักฐานที่กรมสรรพากรระบุไว้เป็นอันดับแรก
หลักฐานของค่าลดหย่อน รายการไหนใช้อะไร
คู่มือปีภาษี 2568 ของกรมสรรพากรกำหนดหลักฐานไว้ต่างกันตามรายการ
| ค่าลดหย่อน | หลักฐานที่ต้องมี |
|---|---|
| เงินสมทบประกันสังคม | ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง หลักฐานการจ่ายเงินสมทบ |
| เบี้ยประกันชีวิต | หลักฐานจากบริษัทประกันว่าจ่ายเบี้ยแล้ว กรมธรรม์ที่เริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค. 2563 ต้องแจ้งความประสงค์ใช้สิทธิกับบริษัทประกันด้วย |
| เบี้ยประกันสุขภาพของตนเอง | จ่ายให้บริษัทประกันในประเทศ ลดได้ตามจริงไม่เกิน 25,000 บาท |
| กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, RMF, Thai ESG | หนังสือรับรองจากกองทุน |
| ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน | หนังสือรับรองจากผู้ให้กู้ ลดได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท |
| เงินบริจาค | ใบเสร็จรับเงิน หรือบริจาคผ่านระบบ e-Donation |
| Easy E-Receipt 2.0 | e-Tax Invoice หรือ e-Receipt เท่านั้น สำหรับการซื้อ 16 ม.ค.–28 ก.พ. 2568 ไม่เกิน 50,000 บาท |
ข้อที่คนพลาดบ่อยคือ Easy E-Receipt ใบเสร็จกระดาษใช้ไม่ได้ ต่อให้ร้านเดียวกันและยอดเดียวกัน ถ้าตอนซื้อไม่ได้ขอใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ก็ใช้สิทธินี้ไม่ได้ อีกข้อคือประกันชีวิตแบบใหม่ ที่ต้องแจ้งบริษัทประกันก่อนว่าจะใช้สิทธิลดหย่อน
สิทธิลดหย่อนเปลี่ยนเกือบทุกปี บางรายการมีช่วงเวลาซื้อที่สั้นมาก ก่อนยื่นรอบใหม่ ให้เปิดคู่มือวิธีกรอกแบบของปีนั้นที่ rd.go.th อย่าลอกตัวเลขของปีที่แล้วมาใช้
ถ้ายื่นขอคืนภาษี เตรียมเพิ่มอีกนิด
คนที่ถูกหักภาษีเกินจะได้เงินคืน และหลักฐานชุดที่กรมสรรพากรระบุไว้สำหรับคำร้องขอคืนภาษี คือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ใบเสร็จหรือหนังสือรับรองเบี้ยประกัน หนังสือรับรองกองทุน หนังสือรับรองดอกเบี้ยบ้าน หนังสือรับรองเงินสมทบประกันสังคม ใบเสร็จเงินบริจาค สำเนาทะเบียนบ้าน ใบสำคัญการสมรส (ถ้ามี) และหนังสือเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี) ถ้าไม่ได้ขอคืนตอนยื่นแบบ ยังยื่นคำร้องตามแบบ ค.10 ได้ภายใน 3 ปีนับจากวันสุดท้ายของกำหนดยื่นแบบ
ต้องเก็บเอกสารไว้นานแค่ไหน
กฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเก็บเอกสารสำหรับบุคคลธรรมดาไว้ตรง ๆ ตัวเลขนี้คือกรอบเวลาตามประมวลรัษฎากร ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569
ประมวลรัษฎากรไม่มีมาตราที่บอกบุคคลธรรมดาตรง ๆ ว่าต้องเก็บเอกสารกี่ปี แต่มาตรา 19 บอกว่าสรรพากรออกหมายเรียกให้คุณมาชี้แจง พร้อมนำเอกสารมาแสดง ได้ภายใน 2 ปีนับจากวันที่ยื่นแบบ และถ้ามีหลักฐานหรือเหตุอันควรสงสัยว่าเลี่ยงภาษี หรือจำเป็นเพื่อการคืนภาษี อธิบดีอนุมัติให้ขยายได้ ไม่เกิน 5 ปี การเก็บเอกสารภาษีแต่ละปีไว้อย่างน้อย 5 ปีจึงเป็นตัวเลขที่ปลอดภัย และเป็นคำแนะนำของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับ
เอกสารบ้าน รถ หรือการรับประกันสินค้ามีกรอบเวลาอีกแบบ ดูภาพรวมได้ที่ เอกสารแต่ละอย่างควรเก็บนานเท่าไร หรือคำนวณเองด้วย เครื่องคำนวณระยะเวลาเก็บเอกสาร
เก็บอย่างไรให้หาเจอในอีก 5 ปี
แบบทำเอง ใช้แฟ้มเดียวต่อปีภาษี ตั้งชื่อว่า “ภาษี 2568” ได้ใบไหนมาระหว่างปีก็ถ่ายรูปหรือบันทึก PDF ใส่ไว้ทันที ไม่ต้องรอเดือนมีนาคม ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งมาทางอีเมล ให้บันทึกไฟล์ไว้ในแฟ้มเดียวกัน อย่าปล่อยไว้ในกล่องจดหมาย เคล็ดลับเพิ่มเติมดูได้ที่ วิธีเก็บใบเสร็จแบบดิจิทัล
Paperlock ทำส่วนที่ต้องจัดระเบียบแทนคุณ ถ่ายรูปหรือนำเข้าไฟล์ 50 ทวิ หนังสือรับรองเบี้ยประกัน หรือใบรับรองดอกเบี้ยบ้าน แอปจะอ่านว่าเป็นเอกสารอะไร จากใคร ลงวันที่ และยอดเงินเท่าไร แล้วจัดเก็บให้เองโดยไม่ต้องสร้างโฟลเดอร์ เมื่อต้องกรอกแบบ ก็ถามได้ว่า “ปี 2568 จ่ายดอกเบี้ยบ้านไปเท่าไร” แล้วได้คำตอบพร้อมเอกสารต้นทาง
ข้อมูลในหน้านี้เป็นกฎทั่วไปสำหรับปีภาษี 2568 ณ ตุลาคม 2569 ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะราย ถ้าไม่แน่ใจว่ารายการไหนใช้สิทธิได้ ให้ถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 1161