ต้อง แจ้งเกิดภายใน 15 วันนับจากวันเกิด ที่ สำนักทะเบียนท้องที่ที่เด็กเกิด เช่น อำเภอ สำนักงานเขต หรือเทศบาล ถ้าเด็กเกิดนอกบ้าน และมีเหตุจำเป็นจริง ๆ ที่แจ้งตามกำหนดไม่ได้ กฎหมายยอมให้แจ้งภายหลังได้ แต่ ไม่เกิน 30 วัน การแจ้งตรงเวลาในท้องที่ที่เกิด ไม่เสียค่าธรรมเนียม ถ้าไปแจ้งที่สำนักทะเบียนท้องที่อื่น เสีย 20 บาท เอกสารหลักคือ หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.1/1) ที่โรงพยาบาลออกให้ และคุณจะได้ สูติบัตรตอนที่ 1 กลับมาในวันนั้น
อย่าลืมว่าต้องตั้งชื่อลูกให้เสร็จก่อนไป เพราะชื่อต้องแจ้งพร้อมกับการแจ้งเกิด
- วันเกิดโรงพยาบาลออกหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.1/1)
- ภายใน 15 วันแจ้งเกิดและแจ้งชื่อเด็ก ได้สูติบัตรตอนที่ 1
- ไม่เกิน 30 วันเกิดนอกบ้านและจำเป็นจริง ๆ ยังแจ้งภายหลังได้
- เกินกำหนดแจ้งเกิดเกินกำหนด: สอบสวน พยาน นายอำเภออนุมัติ
มาตรา 18 พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และคู่มือทางการทะเบียนของกรมการปกครอง · ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569
15 วันนับจากไหน และใครเป็นคนแจ้ง
มาตรา 18 ของพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎรแยกไว้สองกรณี
- เกิดในบ้าน เจ้าบ้าน บิดา หรือมารดา แจ้งต่อนายทะเบียนท้องที่ที่เด็กเกิด ภายใน 15 วันนับแต่วันเกิด
- เกิดนอกบ้าน ซึ่งรวมถึงเกิดที่โรงพยาบาล บิดาหรือมารดาแจ้ง ภายใน 15 วันเช่นกัน และถ้ามีเหตุจำเป็นที่แจ้งไม่ได้ ให้แจ้งภายหลังได้ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันเกิด
ทั้งสองกรณีให้คนอื่นไปแจ้งแทนได้ ถ้ามีหนังสือมอบหมายจากบิดา มารดา หรือเจ้าบ้าน ซึ่งมีประโยชน์มากในช่วงที่แม่ยังพักฟื้น
นับวันง่าย ๆ คือ วันเกิดบวก 15 วัน ถ้าลูกเกิดวันที่ 1 ก็ควรแจ้งให้เสร็จภายในวันที่ 16 และควรเผื่อวันหยุดราชการไว้ด้วย
แจ้งที่ไหน: ท้องที่ที่เกิด หรือต่างท้องที่
ที่มา: คู่มือทางการทะเบียน สำนักบริหารการทะเบียน และคู่มือสำหรับประชาชนของเทศบาลท่ามะเดื่อ (ตัวอย่าง)
ปกติให้ยื่นต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่เด็กเกิด ถ้าคลอดที่โรงพยาบาลในอำเภอที่ไม่ใช่อำเภอบ้านคุณ นั่นคือสำนักทะเบียนของอำเภอที่โรงพยาบาลตั้งอยู่
กฎหมายเปิดช่องให้แจ้งที่สำนักทะเบียนท้องที่อื่นได้ด้วย เรียกว่าการแจ้งเกิดต่างท้องที่ ค่าธรรมเนียม 20 บาทตามกฎกระทรวงปี 2562 คู่มือของเทศบาลตำบลสำโรงใหม่ (ตัวอย่าง) ยกกรณีที่พบบ่อยไว้ว่า เด็กเกิดที่โรงพยาบาลแล้วมาแจ้งที่สำนักทะเบียนของบ้าน ถือเป็นการแจ้งเกิดต่างท้องที่ และเสีย 20 บาท
ถ้าอยากลดเวลารอ บางสำนักทะเบียนรับนัดหมายล่วงหน้าผ่าน BORA Web Portal ของกรมการปกครอง ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ 15 วัน
เอกสารที่ต้องใช้ และสิ่งที่จะได้กลับมา
เช็กลิสต์ข้างบนมาจากคู่มือของกรมการปกครอง และคู่มือสำหรับประชาชนของเทศบาลท่ามะเดื่อ จุดที่ควรรู้คือ ท.ร.1/1 คือหนังสือรับรองการเกิดที่โรงพยาบาลออกให้เมื่อเด็กเกิดในสถานพยาบาล ส่วนเด็กที่เกิดในบ้านและแจ้งกับกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านก่อน จะได้ใบรับแจ้งการเกิด ท.ร.1 ตอนหน้า ไว้นำไปแสดง
เมื่อยื่นเรียบร้อย นายทะเบียนจะตรวจหลักฐานกับทะเบียนบ้าน ลงรายการในสูติบัตร เพิ่มชื่อเด็กในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน แล้วคืน สูติบัตรตอนที่ 1 กับสำเนาทะเบียนบ้านให้คุณ สูติบัตรใบนี้คือเอกสารที่ลูกจะต้องใช้ไปอีกหลายสิบปี เช่น ตอนทำพาสปอร์ตให้ลูกที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องใช้สูติบัตรตัวจริง
ถ้าจะย้ายชื่อลูกไปบ้านหลังอื่นในภายหลัง ดูขั้นตอนได้ที่ ย้ายทะเบียนบ้าน
ถ้าแจ้งเกินกำหนด
- แจ้งเกิดภายใน 15 วัน ในท้องที่ที่เด็กเกิด
- 0 บาท
- แจ้งเกิดต่างท้องที่เช่น เด็กเกิดที่โรงพยาบาลนอกเขตของสำนักทะเบียนที่ไปแจ้ง
- 20 บาท
- ขอคัดและรับรองสำเนาทะเบียนคนเกิด
- 10 บาท / ฉบับ
- แจ้งเกินกำหนดเพดานตามกฎหมาย อัตราจริงให้ถามสำนักทะเบียน
- ไม่เกิน 1,000 บาท
ที่มา: กฎกระทรวงค่าธรรมเนียมการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร มาตรา 51 · ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569
การแจ้งหลัง 15 วัน (หรือหลัง 30 วันในกรณีจำเป็น) คือ การแจ้งเกิดเกินกำหนด ซึ่งช้ากว่าและยุ่งกว่ามาก นายทะเบียนต้องสอบสวนผู้แจ้งและพยาน แล้วเสนอนายอำเภอพิจารณาอนุมัติ ก่อนจะออกสูติบัตรและเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน เอกสารที่ต้องเพิ่ม ได้แก่ พยานบุคคลที่รับรองได้พร้อมบัตรประชาชน และรูปถ่าย 1 รูปถ้าคนที่จะแจ้งเกิดอายุเกิน 7 ปีบริบูรณ์ ถ้าไม่มีหนังสือรับรองการเกิด คู่มือของกรมการปกครองบอกว่าอาจใช้ผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ เช่น การตรวจสายพันธุกรรม เป็นหลักฐานแทนได้
ระยะเวลาก็ต่างกันมาก คู่มือที่ใช้กับสำนักงานเขต 50 เขตของกรุงเทพฯ (ตัวอย่าง) ระบุ 1 วันถ้าเด็กอายุไม่เกิน 7 ปี และ 60 วันถ้าอายุเกิน 7 ปี
ส่วนเงินที่ต้องจ่าย คู่มือหลายฉบับยังเขียนว่า “ระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท” แต่พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎรฉบับแก้ไขปี 2562 ยกเลิกมาตราโทษปรับเดิมแล้ว และให้การแจ้งเกินกำหนดทำได้เมื่อเสียค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวง ซึ่งมีเพดานไม่เกิน 1,000 บาทต่อครั้ง ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร ตัวเลขสูงสุดคือ 1,000 บาท อัตราจริงให้ถามสำนักทะเบียน
สูติบัตรหาย
เราไม่พบขั้นตอนทางการที่ใช้ชื่อว่า “ขอสูติบัตรใบใหม่” สิ่งที่กรมการปกครองระบุไว้ชัดเจน คือการ ขอคัดและรับรองสำเนาทะเบียนคนเกิด ค่าธรรมเนียมฉบับละ 10 บาท ตามกฎกระทรวงปี 2562 ก่อนไป โทรถามสำนักทะเบียนว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง จะได้ไม่ต้องไปสองรอบ
เก็บสูติบัตรให้ปลอดภัยตั้งแต่วันแรก
แบบทำเอง ถ่ายรูปสูติบัตรทั้งสองด้าน หนังสือรับรองการเกิด และหน้าทะเบียนบ้านที่มีชื่อลูก เก็บรวมไว้ในอัลบั้มที่ล็อกไว้ ตัวจริงใส่ซองกันน้ำไว้ในแฟ้มเอกสารสำคัญของบ้าน รายการเอกสารอื่นที่ตามมากับลูกคนใหม่ เช่น สมุดวัคซีนและสิทธิรักษาพยาบาล อยู่ที่ เอกสารสำหรับเด็กแรกเกิด
Paperlock ช่วยเก็บรูปเหล่านี้ไว้ในตู้ที่ล็อกด้วย Face ID แอปอ่านว่าเอกสารคืออะไรและของใคร แล้วจัดเก็บให้เอง สิบปีข้างหน้าที่ต้องทำพาสปอร์ตให้ลูก ก็ถามได้ว่า “สูติบัตรของลูก” แล้วได้รูปขึ้นมาทันที
ข้อมูลในหน้านี้ ณ ตุลาคม 2569 กรณีที่ซับซ้อนกว่านี้ เช่น มารดาไม่ใช่คนไทย หรือเด็กเกิดในต่างประเทศ มีการสอบสวนเพิ่มเติม ให้สอบถามสำนักทะเบียนหรือสายด่วนกรมการปกครอง 1548