การแจ้งตายต้องทำ ภายใน 24 ชั่วโมง นับจากเวลาตายหรือเวลาพบศพ ที่สำนักทะเบียนท้องที่ที่มีการตาย เช่น อำเภอ สำนักงานเขต หรือเทศบาล ผู้แจ้งนำ บัตรประชาชนของตัวเอง ไปพร้อมสำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อผู้ตาย และหนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาลถ้ามี เจ้าหน้าที่จะจำหน่ายชื่อผู้ตายออกจากทะเบียนบ้านและมอบ มรณบัตร ตอนที่ 1 ให้ ท้องที่ที่เดินทางลำบากขอขยายเวลาได้ แต่ไม่เกิน 7 วัน

หน้านี้ตอบเรื่องเดียวคือการแจ้งตาย ส่วนเรื่องเอกสารที่ครอบครัวต้องดูแลต่อจากนั้น อ่านต่อได้ที่ เอกสารที่ต้องจัดการเมื่อมีคนในครอบครัวเสียชีวิต

นับจากเวลาตายหรือเวลาพบศพ
  1. ภายใน 24 ชั่วโมงเจ้าบ้านหรือผู้พบศพแจ้งตายต่อนายทะเบียน ได้มรณบัตรตอนที่ 1
  2. ไม่เกิน 7 วันเฉพาะท้องที่คมนาคมไม่สะดวก และผู้อำนวยการทะเบียนกลางขยายเวลาให้
  3. เกินกำหนดยังแจ้งได้ แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแจ้งเกินกำหนด
  4. ภายใน 15 วันถ้าจะเก็บ ฝัง เผา หรือย้ายศพไปที่ต่างจากที่แจ้งไว้ ต้องแจ้งนายทะเบียน

มาตรา 21 และมาตรา 24 พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 · ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569

24 ชั่วโมงนับจากไหน และใครต้องแจ้ง

พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 21 แบ่งไว้สองกรณี

  • ตายในบ้าน เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่มีคนตาย ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาตาย ถ้าไม่มีเจ้าบ้าน ให้ผู้พบศพแจ้งภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาพบศพ
  • ตายนอกบ้าน คนที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพเป็นผู้แจ้ง ที่สำนักทะเบียนแห่งท้องที่ที่มีการตายหรือพบศพ หรือแห่งท้องที่ที่จะพึงแจ้งได้ และจะแจ้งต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจก็ได้

ตัวเลขที่หลายคนเข้าใจว่า “3 วัน” ไม่มีในตัวบทที่เราอ่านจากเว็บไซต์กรมการปกครอง ตัวเลขที่มีอย่างเป็นทางการคือ 24 ชั่วโมง กับ ไม่เกิน 7 วัน สำหรับท้องที่ที่การคมนาคมไม่สะดวก ซึ่งผู้อำนวยการทะเบียนกลางเป็นผู้ขยายให้ตามที่เห็นสมควร ไม่ใช่สิทธิที่ใครขอเองได้

ถ้าตายที่โรงพยาบาล ผู้ทำคลอดหรือผู้รักษาพยาบาลมีหน้าที่ออก หนังสือรับรองการตาย ให้ผู้มีหน้าที่แจ้ง (มาตรา 23) จึงเป็นเอกสารที่ควรขอไว้ก่อนออกจากโรงพยาบาล

เอกสารและขั้นตอนที่สำนักทะเบียน

เอกสารที่ใช้แจ้งตาย

ที่มา: คู่มือทางการทะเบียน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง · ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569

คู่มือทางการทะเบียนของกรมการปกครองระบุเอกสารสามอย่าง ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่มีชื่อผู้ตาย (ถ้ามี) และหนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาล (ถ้ามี) เมื่อยื่นแล้วขั้นตอนเป็นแบบนี้

  1. นายทะเบียนลงรายการในมรณบัตร
  2. จำหน่ายชื่อผู้ตายออกจากทะเบียนบ้าน โดยประทับคำว่า “ตาย” สีแดงไว้หน้ารายการ
  3. ผู้แจ้งรับ มรณบัตร ตอนที่ 1 พร้อมสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนคืน

แบบพิมพ์แจ้งการตายต้องระบุวิธีการและสถานที่จัดการศพด้วย (มาตรา 21 วรรคห้า) เตรียมคำตอบเรื่องนี้ไว้ก่อนไปถึงสำนักทะเบียน ถ้าคุณจะเก็บ ฝัง เผา ทำลาย หรือย้ายศพไปที่อื่นจากที่แจ้งไว้ หรือยังไม่ได้แจ้งไว้ ต้องแจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทำ และถ้าจะเก็บศพไว้เป็นการถาวร ต้องแจ้งภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีการตาย (มาตรา 24)

แจ้งตายต่างท้องที่ และกรณีที่ต้องรอ

ถ้ามีการย้ายศพไปต่างท้องที่ ผู้แจ้งแจ้งที่สำนักทะเบียนแห่งท้องที่ที่ศพอยู่ หรือที่มีการเผา ฝัง หรือทำลายศพก็ได้ ต้องมีหนังสือรับรองการตายจากสถานพยาบาลและพยานบุคคลอย่างน้อย 2 คน ค่าธรรมเนียม 20 บาทตามมาตรา 21 วรรคสี่ และกฎกระทรวงค่าธรรมเนียมการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2562

กรณีพิเศษที่ต้องรู้ไว้ คือมาตรา 25 ถ้ามีเหตุอันควรสงสัยว่าตายด้วยโรคติดต่ออันตรายหรือตายโดยผิดธรรมชาติ นายทะเบียนจะรีบแจ้งเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้อง พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ และ รอการออกมรณบัตรไว้ก่อน จนกว่าจะได้รับความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานนั้น กรณีนี้ไม่ใช่ความผิดของผู้แจ้ง แต่หมายความว่ามรณบัตรอาจไม่ได้ในวันเดียว

คนไทยที่เสียชีวิตในต่างประเทศ มาตรา 28 ให้กงสุลไทยหรือข้าราชการสถานทูตไทยที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแต่งตั้ง เป็นนายทะเบียนรับจดทะเบียนคนตายนอกราชอาณาจักร ขั้นตอนละเอียดให้สอบถามสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น

ถ้าแจ้งเกินกำหนด และค่าสำเนา

ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการแจ้งตาย
คัดและรับรองสำเนาทะเบียนคนตายมาตรา 6
10 บาท / ฉบับ
แจ้งตายต่างท้องที่มาตรา 21 วรรคสี่
20 บาท
แจ้งตายเกินกำหนดเพดานตามบัญชีท้าย พ.ร.บ. อัตราจริงให้ถามสำนักทะเบียน
ไม่เกิน 1,000 บาท / ครั้ง

ที่มา: กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 · ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569

การแจ้งตายเมื่อพ้นกำหนดยังทำได้ มาตรา 51 ให้ทำได้เมื่อผู้แจ้งเสียค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวง บัญชีท้ายพระราชบัญญัติกำหนดเพดานไว้ ไม่เกิน 1,000 บาทต่อครั้ง อัตราจริงที่สำนักทะเบียนเก็บอาจต่ำกว่า จึงควรถามสำนักทะเบียนก่อน และอย่าเลื่อนเพราะกลัวเรื่องเงิน เพราะยิ่งช้า เรื่องก็ยิ่งยุ่ง

หลังได้มรณบัตรแล้ว ถ้าต้องใช้เอกสารกับหน่วยงานอื่น การขอคัดและรับรองสำเนาทะเบียนคนตายคิดฉบับละ 10 บาท (มาตรา 6) ถามหน่วยงานปลายทางก่อนว่าต้องการต้นฉบับหรือสำเนารับรอง จะได้ไม่ต้องไปเขตซ้ำ

เก็บเอกสารชุดนี้ให้หาเจอตอนต้องใช้

แบบทำเอง ถ่ายรูปมรณบัตรและสำเนาทะเบียนบ้านที่ประทับ “ตาย” แล้ว ใส่ไว้ในโฟลเดอร์เดียวพร้อมหนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาล แล้วแจ้งคนในครอบครัวหนึ่งคนว่าเก็บไว้ที่ไหน หลายสัปดาห์ต่อมา เอกสารพวกนี้จะถูกขอบ่อยกว่าที่คิด โดยเฉพาะตอนจัดการเรื่องทรัพย์สินและบัญชีต่าง ๆ ซึ่งแต่ละหน่วยงานกำหนดเอกสารของตัวเอง

Paperlock ช่วยให้ค้นเจอภายหลัง ถ่ายรูปเอกสาร แอปจะอ่านว่าเป็นเอกสารอะไร ใครเป็นเจ้าของ และวันที่เท่าไร เก็บให้ในเครื่องโดยล็อกด้วย Face ID แล้วพิมพ์ถามเป็นภาษาธรรมดาได้ว่า “มรณบัตรของคุณพ่ออยู่ไหน” แนวคิดการจัดเอกสารสำคัญของบ้านอยู่ที่ จัดเอกสารสำคัญของครอบครัว

ข้อมูลในหน้านี้ ณ ตุลาคม 2569 และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กรณีเฉพาะตัวให้สอบถามสำนักทะเบียนท้องที่หรือสายด่วน 1548 ของกรมการปกครอง ส่วนเรื่องการเกิด ใช้ แจ้งเกิดกี่วัน