รถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะส่วนบุคคลที่ ใช้งานครบ 7 ปี และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ ครบ 5 ปี นับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก ต้อง ตรวจสภาพที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ก่อนต่อภาษีประจำปี ทุกปี ตรวจได้ ล่วงหน้าไม่เกิน 3 เดือน ก่อนวันครบกำหนดเสียภาษี ค่าตรวจที่ ตรอ. มีเพดาน คือ ไม่เกิน 200 บาท สำหรับรถน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 2,000 กิโลกรัม ไม่เกิน 300 บาท ถ้าหนักกว่านั้น และ ไม่เกิน 60 บาท สำหรับจักรยานยนต์

นอกจากเรื่องอายุรถ รถที่ ค้างภาษีเกิน 1 ปีแต่ไม่เกิน 3 ปี ก็ต้องตรวจสภาพก่อนชำระเหมือนกัน แม้จะเป็นรถใหม่

รถของคุณต้องเริ่มตรวจสภาพเมื่อไร

กรอกวันจดทะเบียนครั้งแรกจากใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียน) คำนวณในเบราว์เซอร์ของคุณ

ประกาศนายทะเบียนใช้คำว่า “ครบ 7 ปี / ครบ 5 ปี” นับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก ส่วนหน้า DLT e-Service ใช้คำว่า “เกิน” ถ้าวันต่อภาษีของคุณใกล้วันครบเกณฑ์พอดี ให้ถามสำนักงานขนส่ง · ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569

รถแบบไหนต้องตรวจ และตรวจที่ไหน

ประกาศนายทะเบียนของกรมการขนส่งทางบกแบ่งไว้เป็นกลุ่ม สำหรับรถที่คนส่วนใหญ่ขับ คือ

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน เกิน 7 คน และรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่ใช้งานครบ 7 ปีนับจากจดทะเบียนครั้งแรก ตรวจที่ ตรอ. ได้
  • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ที่ใช้งานครบ 5 ปี ตรวจที่ ตรอ. ได้
  • รถส่วนบุคคลที่ค้างภาษีเกิน 1 ปีแต่ไม่เกิน 3 ปี ตรวจได้ทั้งที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งหรือ ตรอ.

บางกลุ่มต้องไปที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น เช่น รถบรรทุกส่วนบุคคลที่น้ำหนักเกิน 2,200 กิโลกรัม และรถส่วนบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ดัดแปลงจนมีผลต่อความมั่นคงแข็งแรง ตรวจล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือนเช่นกัน ส่วนรถแท็กซี่และรถรับจ้างระหว่างจังหวัด ตรวจล่วงหน้าได้แค่ 1 เดือน ที่สำนักงานขนส่งในจังหวัดที่จดทะเบียน

ตรวจล่วงหน้าได้กี่เดือน

ค่าบริการตรวจสภาพที่ ตรอ. (อัตราสูงสุด)
รถน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 2,000 กิโลกรัม
ไม่เกิน 200 บาท
รถน้ำหนักรถเปล่าเกิน 2,000 กิโลกรัม
ไม่เกิน 300 บาท
รถจักรยานยนต์
ไม่เกิน 60 บาท

ประกาศกรมการขนส่งทางบก ใช้บังคับตั้งแต่ 23 มีนาคม 2558 · ตรอ. เก็บต่ำกว่านี้ได้ · ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569

ทั้งประกาศนายทะเบียนและระเบียบว่าด้วยการตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2555 ตรงกัน คือ ตรวจเพื่อเสียภาษีประจำปีได้ล่วงหน้า ภายในสามเดือนก่อนวันสิ้นอายุภาษี

เราไม่พบกฎที่ระบุว่าผลตรวจ “มีอายุ 3 เดือน” แยกต่างหาก สิ่งที่มีในกฎคือหน้าต่าง 3 เดือนก่อนภาษีหมดอายุ วางแผนให้ตรวจและต่อภาษีในหน้าต่างเดียวกันจะง่ายที่สุด

ค่าตรวจเท่าไร

ก่อนออกจากบ้านไป ตรอ.

เอกสารตามคู่มือของสำนักงานขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร (ตัวอย่าง) สำหรับการตรวจที่สำนักงานขนส่ง ตรอ. แต่ละแห่งอาจขอต่างกันเล็กน้อย

ประกาศกรมการขนส่งทางบกที่ใช้มาตั้งแต่ 23 มีนาคม 2558 ให้ ตรอ. เก็บค่าบริการได้ ไม่เกิน อัตราในตาราง ตรอ. จึงคิดต่ำกว่านั้นได้ แต่สูงกว่าไม่ได้ น้ำหนักที่ใช้แบ่งคือ “น้ำหนักรถเปล่า” ซึ่งดูได้ในเล่มทะเบียน

ถ้าไปตรวจที่สำนักงานขนส่ง ค่าใช้จ่ายต่างออกไป ตัวอย่างจากคู่มือของสำนักงานขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร คือค่าคำขอ 5 บาท ค่าธรรมเนียมอื่น 20 บาท และค่าตรวจสภาพรถยนต์ 50 บาท หรือจักรยานยนต์ 10 บาท เป็นการตรวจรถที่จดทะเบียนนอกเขตพื้นที่ของสำนักงานนั้น ใช้เวลาประมาณ 55 นาที และใช้หลักฐานประจำตัว เช่น สำเนาบัตรประชาชน กับใบคู่มือจดทะเบียนรถ ตรอ. มักสะดวกกว่าเพราะมีหลายแห่งและอยู่ใกล้บ้าน แต่สำนักงานขนส่งเป็นทางเลือกที่ถูกกว่า ถ้าคุณต้องไปที่นั่นอยู่แล้ว

ตรวจไม่ผ่าน ทำอย่างไร

ระเบียบปี 2555 ให้เวลา 15 วัน ถ้านำรถกลับมาตรวจภายใน 15 วันนับจากวันที่ไม่ผ่านครั้งแรก จะตรวจเฉพาะรายการที่บกพร่อง ถ้าเกิน 15 วัน ต้องตรวจทุกรายการใหม่ ข้อนี้เป็นอีกเหตุผลที่ไม่ควรรอถึงสัปดาห์สุดท้ายก่อนภาษีหมดอายุ

หลังตรวจผ่าน ต่อภาษีได้เลย

ผลตรวจจาก ตรอ. ใช้ต่อภาษีได้ทั้งที่สำนักงานขนส่งและทางออนไลน์ ระบบ DLT e-Service จะตรวจหาผล ตรอ. ของรถที่ต้องตรวจ ถ้าไม่พบก็ไปขั้นต่อไปไม่ได้ ส่วนเอกสารอื่นที่ต้องมีตอนต่อภาษี โดยเฉพาะ พ.ร.บ. ดูได้ที่ ต่อภาษีรถ และ พ.ร.บ.รถยนต์หมดอายุ

จำปีที่รถครบเกณฑ์ไว้

แบบทำเอง เปิดเล่มทะเบียน ดูวันจดทะเบียนครั้งแรก ใส่ในเครื่องคำนวณด้านบน แล้วเพิ่มนัดลงปฏิทิน หลังจากนั้นทุกปี ให้นัดต่อภาษีของคุณมีคำว่า “ไป ตรอ. ก่อน” อยู่ในหัวข้อ วันหมดอายุอื่นของรถที่ควรตามไว้ดูได้ที่ รายการวันหมดอายุที่ต้องติดตาม

Paperlock ช่วยให้เล่มทะเบียน ใบตรวจสภาพ และใบเสร็จภาษีอยู่ที่เดียวกันในโทรศัพท์ แอปอ่านวันที่ในเอกสารให้เอง วันที่ไปถึง ตรอ. แล้วถูกถามเลขตัวถัง ก็แค่ถามแอปว่า “เล่มทะเบียนรถ” แล้วเปิดดู

ข้อมูลในหน้านี้ ณ ตุลาคม 2569 ถ้ารถของคุณใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง หรือเป็นรถที่เคยดัดแปลง อาจมีเงื่อนไขเพิ่ม ให้ถามสำนักงานขนส่งหรือ ตรอ. ก่อนไป